มะเร็ง..หรือเนื้อร้าย คือเนื้องอกชนิดร้ายที่กลายมาจากเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย มีการเจริญเติบโตและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อยุ่นอกเหนือการควบคุมของร่างกาย และมีโทษต่อร่างกาย ปัจจุบันมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆ เช่นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะุเร็งในช่องปาก สาเหตุ - ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย - สารเคมีในสารหนู สายใยหิน สารนิกเกิล บุหรี่ - ฟันปลอมที่ไม่กระชับเวลาเคี้ยวอาหาร - กรรมพันธ์ุ - การกินอาหาร - รังสีต่างๆ - แสงอัลตราไวโอเลต(แสงแดด)อาจทำให้เป็นมะเร็งของผิวหนังและุริมฝีปาก - แอลกอฮอล์ - สารฟอร์มาลดีไฮด์ ทำให้เกิดมะเร็งจมูก มะเร็งโพรงหลังจมูก - เบนซินทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว - การเคี้ยวหมาก การจุกยาฉุน - การติดเชื้อ สัญญาณอันตราย 7 ประการของอาการมะเร็งในระยะเริ่มแรก 1.เป็นแผลที่ไม่รุ้จักหาย แผลเรื้อรัง 2.การมีตุ่ม ไต ก้อนแข็งเกิดขึ้นในที่ซึ่งปกติไม่ควรมี เช่นที่เต้านม ในช่องท้อง บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ 3.มีอาการผิดปกติเรื้อรังของระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ กลืนอาหารไม่ลง ท้องผูกสลับกับท้องเสีย อยุ่เรื่อย ถ่ายเป็นมูกเลือดเรื้อรัง 4.มีอาการไอเรื้อรัง หรือเสียงแหบแห้งอยุ่นาน 5.มีการเปลี่ยนแปลงของหูด ไฝ ปาน ที่เคยมีอยุ่ก่อนเช่นวันดีคืนดีอาการคัน เกาจนแตกเป็นแผล 6.มีอาการผิดปกติของประจำเดือนในผู้หญิง เช่นมีประจำเดือนกระปริดกระปรอย 7.มีน้ำเหลืองหรือเลือดหรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ออกจากตา หู จมูก เต้านม ช่องคลอด ทวารหนัก การป้องกัน 1.พยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หาทางผ่อนคลายความเครียด ด้วยวิธีการต่างๆ อย่าอยุ่ในที่อากาศไม่บริสุทธิ์ งดสิ่งเสพติด 2.อย่ากินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนๆ 3.อย่ากินอาหารดิบหรือสุกๆดิบๆ (โดยเฉพาะปลาน้ำจืดดิบ)หรืออาหารทีมีเชื้อรา ,ถั่วลิสงบด พริกแห้ง หัวหอม กระเทียมที่ขึ้นรา 4.หลีกเลี่ยงการกินอาหารโปรตีนหมัก ปลาร้า ปลาส้ม หมูส้ม แหนม หรือเนื้อสัตว์ที่หมักโดยผสมดินประสิว(เช่น เนื้อเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก แฮม ) ถ้าจะกินควรทำให้สุกเพื่อทำลายสารไนโตรซามีนเสียก่อน 5.อย่าพยายามกินอาหารหรือขนมที่ใส่สีย้อมผ้า 6.ลดอาหารที่มีไขมัน เช่นมันสัตว์,ของทอด ,ของผัดน้ำมัน อาหารใส่กระทิ 7.กินผัก เช่นผักใบเขียว ผักกระหล่ำ ดอกกระหล่ำ ผลไม้ ฝรั่ง มะละกอ ฟักทอง มะเขือเทศ ส้ม สาเหตุ การเจ็บป่วยของมนุษย์มีหลายสาเหตุจะโดยพฤติกรรม พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม -โดยกรรมพันธ์ุ -ทำงานหนักเกินกำลัง อาชีพบางอย่างทำให้รับสารเคมีบางชนิด อาชีพทำผม ช่างเชื่อม ช่างอ๊อก ฯลฯ -การอุปโภค บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการดื่มหรือรับประทานอาหารไม่ค่อยคำนึงถึงคุณค่าประโยชน์ และสิ่งที่จะก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย เช่นการใส่สารเร่งในการเจริญเติบโต สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง แต่งสี แต่งกลิ่น แต่งรสชาด ฯลฯ -การทานอาหารไม่ตรงเวลา มื้อเช้าไม่ควรทานอาหารเกิน9โมงเช้า คนที่ทานอาหารเกิน9โมงเช้าทำให้เกิดสภาพความเป็นกรด ก้อจะเจ็บป่วยเป็นโรคกระเพาะลำไส้ใหญ่ ถุงน้ำดีอักเสบ และโรคตับ -การทานของจุกจิกทำให้ตับต้องทำงานหนัก เพราะตับต้องผลิตด่างออกมา เพื่อปรับสภาพความเป็นกลาง จะเห็นว่าผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับกับถุงน้ำดีน้ำหนักจะขึ้นง่าย เหนื่อยง่าย ทานน้อยๆก้อจะขึ้นง่าย เพราะตับกับถุงน้ำดี ทำหน้าที่ส่วนหนึ่งในการแปลงไขมันในรูปของพลังงาน นอกจากนี้ การเจ็บป่วยยังมีสาเหตุอีกมากมาย เราควรหาทางป้องกันการเจ็บป่วยที่เกิดก่อนเวลาอันควร ด้วยการทานอาหารเสริม ทานยาหรือสมุนไพรเพื่อป้องกันและรักษา เสริมสร้างภูมิต้านทาน ฟื้นฟูสมรรถภาพรักษาร่างกายให้คงสภาพชีวิตอยุ่ตราบเท่าอายุขัยอันควร หากระบบอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานผิดปกติ ก้อย่อมทำให้ร่างกายเสียดุลย์ ทำให้เกิดโรคร้ายบั่นทอนชีวิต ระบบอวัยวะประกอบด้วย ระบบที่เอาอาหารและอากาศไปหล่อเลี้ยงร่างกาย เพื่อเป็นพลังงานในการดำรงชีพ ได้แก่ ระบบย่อยอาหาร กระเพาะ ลำไส้ ระบบหมุนเวียน เลือด ปอด หัวใจ ระบบที่จะป้องกันร่างกายจากเชื้อโรค ได้แก่ ระบบต่อมน้ำเหลือง และภูมิคุ้มกัน ระบบที่จะรักษาสภาพร่างกายให้สมดุลย์อยุ่เสมอ ได้แก่ระบบขับถ่าย ระบบต่อมไร้ท่อ ตลอดจนระบบประสาท การเกิดแก่เจ็บตายเป็นวัฎจักรในชีวิตมนุษย์ พฤติกรรมบางอย่างในการดำเนินชีวิต การบั่นทอนสุขภาพการรับประทานอาหาร อากาศที่หายใจ น้ำที่ดื่มกิน สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ มีแต่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน นานๆเข้าการสะสมสิ่งเหล่านี้ จึงเกิดความเสื่อมในอวัยวะต่างๆจึงมีอายุขัยสั้นกว่าความเป็นจริง การซักประวัติอาการเริ่มป่วย โดยทั่วไปแพทย์ผู้ทำการรักษาอาศัยข้อมูลจากการซักถามอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฎิบัติการ ช่วยในการพิเคราะห์หรือวินิจฉัยโรค และกำหนดแนวการดูแลรักษา 1.อาการสำคัญ 2.ปัจจุบัน การเจ็บป่วยในปัจจุบัน 3.ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต 4.ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว 5.ประวัติการเจ็บป่วยในคนข้างเคียง 6.ประวัติการเจ็บป่วยส่วนตัว 7.ประวัติการเจ็บป่วยในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี 8.ประวัติการเจ็บป่วยประจำเดือนในผู้หญิง 9.ประวัติการเจ็บป่วยตามระบบ เราเลือกตามประวัติต่างๆ ตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องซักให้ครบทุกข้อ ประวัติส่วนที่สำคัญ ก็คืออาการประวัติการเจ็บป่วยในปัจจุบัน 1.อาการสำคัญ ไม่สะบายเป็นอย่างไรบ้างคะ มีอาการเป็นอะไร รุ้สึกเป็นอย่างไร ผู้ป่วยก็จะตอบ"ปวดหัว" " เจ็บคอ " " ปวดท้อง" " ตัวร้อน " ,อ่อนเพลีย ฯลฯ หมอก้อจะถามต่อ เป็นมากี่วันแล้ว หรือเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไร สรุปอาการสำคัญที่ต้องระบุ 1.1 อาการหลักที่ผู้ป่วยรุ้สึกเดือดร้อน จนต้องมาพบหมอ 1.2 ระยะเวลาของอาการที่เป็น - ถ้าเป็นไข้มานานเป็นเดือน ก็อาจติดเชื้อเรื้อรัง วัณโรค มาลาเรีย เอดส์ มะเร็ง เอสแอลอี หรือโรคร้ายแรงอื่น - ถ้าปวดเข่ามาเป็นแรมปี อาจเป็นโรคข้อเสื่อม (คนสูงอายุ) - ถ้าปวดท้องเกิน 6 ชั่วโมง ,ไส้ติ่งอักเสบ 2. ประวัติเจ็บป่วยในปัจจุบัน 2.1 อาการนั้นเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไร 2.2 ตอนเริ่มเป็นนั้นเป็นอย่างไร ค่อยๆเป็น หรือเป็นปุบปับ(ทันทีทันใด) 2.3 อาการนั้นมีลักษณะอย่างไร? เป็นมากไหม ? นานไหม 2.4 อาการนั้นเป็นมากเวลาใด 2.5 ตำแหน่งที่เป็นอยุ่ตรงไหน 2.6 อะไรทำให้อาการเป็นมากขึ้น? และอะไรทำให้อาการเป็นน้อยลง,กินยาแก้ปวดหรือหลับสักตื่นแล้วค่อยยังชั่ว (อาจเป็นไมเกรน,ปวดศรีษะจากความเครียด),ปวดท้องเวลาหิวจัด แต่กินข้าวรุ้สึกค่อยยังชั่ว (อาจเป็นโรคกระเพาะ),ปวดท้องมากเวลาขยับตัว แต่ถ้านอนนิ่งๆรุ้สึกสบายขึ้น (อาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ) 2.7 มีอาการอื่นๆร่วมด้วยอะไรบ้าง? เช่นเป็นไข้มา 3 วัน มีอาการเจ็บคอ และไอร่วมด้วย (อาจเป็นคออักเสบ หลอดลมอักเสบ) ปวดศรีษะมา 5 วัน มีอาการคลื่นไส้อาเจียร รุนแรง อาจเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ) 2.8 อาการนั้นเคยเป็นมาก่อนไหม 2.9 ได้ทำการรักษาหรือกินยาอะไรมาบ้าง 2.10 มีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างไร 3. ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต ประวัติการเจ็บป่วยในครั้งก่อนๆ 3.1 เคยเจ็บป่วยอะไรมาก่อนบ้าง? เมื่อไร ? มีอาการอย่างไร ? รักษาที่ไหน ? หมอบอกว่าเป็นโรคอะไร ก่อนหน้านี้เคยไม่สบายถึงกับต้องซื้อยากิน หรือหาหมอบ้างหรือเปล่า 3.2 เคยผ่าตัดอะไรมาก่อนบ้าง เมื่อไร ด้วยโรคอะไร รักษาที่ไหน 3.3 เคยเป็นโรคภูมิแพ้, หืด หวัดแพ้อากาศ ,ลมพิษ ผื่นคัน หรือแพ้อะไรมาก่อนหรือไม่ 4. ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว ประวัติการเจ็บป่วยต่างๆในหมู่ญาติพี่น้อง และบุคคลที่อยู่ในบ้านเดียวกับผู้ป่วย 4.1 ประวัติทางโรคกรรมพันธุ์ ; โรคภูมิแพ้ต่างๆ ;ลมพิษ หวัดเรื้อรัง หืด ไมเกรน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หัวใจขาดเลือด อัมพาต ทาลัสซีเมีย ลมบ้าหมู ภาวะพร่องเอนไซม์จี-6พีดี ตาบอดสี สายตาสั้น ฮีโมฟิเลีย มะเร็งลำไส้ใหญ่ 4.2 ประวัติทางโรคติดเชื้อ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส คางทูม ไข้เลือดออก ตับอักเสบจากไวรัส 5. ประวัติการเจ็บป่วย ในคนข้างเคียง ประวัติการเจ็บป่วยต่างๆ ของบุคคลที่อยู่ข้างบ้าน ชั้นเรียน ที่ทำงาน โรงงาน หมุ่บ้าน ฯลฯ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก หัด คางทูม อีสุกอีใส อหิวา ฯลฯ 6. ประวัติส่วนตัว ประวัติเกี่ยวกับอายุ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา การศึกษา อาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ สภาวะด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อม น้ำดื่ม น้ำใช้ ส้อม นิสัยส่วนตัว การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ กินอาหารดิบ) อารมณ์ส่วนตัว (วิตกกังวล โมโหง่าย งอนเก่ง งานอดิเรก การเดินทาง เข้าไปในเขตมาลาเรีย เข้าไปในป่าเขา การซักประวัติจะช่วยในการวินิจฉัยโรค และรุ้สมมุติฐานของโลก และจ่ายยาได้ถูกกับโรค การเจ็บป่วยโรคมะเร็ง 1.มะเร็งผิวหนัง 2.มะเร็งช่องปาก 3. มะเร็งจมูก,มะเร็งโพรงหลังจมูก 4. มะเร็งกล่องเสียง 5.มะเร็งปอด 6. มะเร็งหลอดอาหาร 7. มะเร็งกระเพาะอาหาร 8.มะเร็งตับอ่อน 9.มะเร็งลำไส้เล็ก 10.มะเร็งลำไส้ใหญ่ 11.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 12. มะเร็งเต้านม 13. มะเร็งปากมดลูก 14.มะเร็งอัณฑะ 15. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 16. มะเร็งต่อมลูกหมาก 17. มะเร็งกระดูก 18. มะเร็งลูกตาในเด็ก 19. มะเร็งรังไข่ 20.มะเร็งไต อวัยวะที่พบว่าเป็นมะเร็งได้บ่อย -มะเร็งผิวหนัง -มะเร็งช่องปาก -มะเร็งกล่องเสียง -มะเร็งปอด -มะเร็งมดลูก -มะเร็งลำไส้ -มะเร็งตับ ธรรมโอสถ อันหนทาง ชีวิต คิดดูเถิด เมื่อเราเกิด แล้วต้องแก่ แน่ใช่ไหม หนีไม่พ้น เจ็บไข้ กายและใจ จะแก้ไข อย่างไร ให้ทุกข์คลาย เป็นโรคกาย หมอยา รักษาโรค ถูกโฉลก ถูกเหตุผล ดลโรคหาย เป็นโรคใจ ภัยรุมเร้า เศร้าปางตาย ทุกข์มลาย เมื่อรู้ใช้ " โอสถธรรม" เติมธรรมะ ให้ชีวิต พิชิตโรค ดับทุกข์โศก ดับตัณหา อย่าถลำ ดับกิเลส โลภ - โกรธ - หลง จงหมั่นจำ ยึดพระธรรม พระศาสดา เป็นยาใจ