ร่างกายของมนุษย์ประกอบขึ้นด้วยส่วนต่างๆ ซึ่งจากลักษณะภายนอกถูกแบ่งออกเป็นศรีษะ(หัว) คอ ลำตัว(ทรวงอก ท้อง สะโพก)แขนขา มือเท้า และอื่นๆ นอกจากนั้นร่างกายของมนุษย์ยังอาจแบ่งออกเป็นระบบต่างๆตามหน้าที่(การทำงาน)ที่แตกต่างกันออกไป เช่น 1.ระบบสิ่งห่อหุ้มร่างกาย 2.ระบบกระดูก 3.ระบบกล้ามเนื้อ 4.ระบบประสาท 5.ระบบต่อมไร้ท่อ 6.ระบบหัวใจและหลอดเลือด 7.ระบบน้ำเหลือง 8.ระบบทางเดินอาหาร 10.ระบบทางเดินปัสสาวะ 11.ระบบสืบพันธุ์ 1.ระบบสิ่งห่อหุ้มร่างกาย (integumentary system) คือผิวหนังและสิ่งที่อยู่กับผิวหนัง เช่น ผม ขน เล็บ ต่อมเหงื่อ และต่อมไขมัน หน้าที่:ควบคุมรักษาอุณหภูมิของร่างกาย,ปกป้องร่างกาย,กำจัดของเสีย และรับความรู้สึกบางอย่าง เช่น ความร้อนเย็น(อุณหภูมิ),การสัมผัส,ความเจ็บปวด 2.ระบบกระดูก (skeletal system) คือกระดูกทุกชิ้นใน่างกายรวมทั้งกระดูกอ่อนและข้อ(ข้อต่อ)ต่างๆ หน้าที่:เป็นแกนสำหรับโครงร่าง การรับน้ำหนักและการเคลื่อนไหว ปกป้องอวัยวะภายในสร้างเม็ดเลือด และเก็บเกลือแร่ต่างๆ ระบบกระดูกได้แก่ กะโหลกศรีษะ ฟัน กระดูกขากรรไกรบน กระดูกขากรรไกรล่าง กระดูกสันหลังส่วนคอ กระดูกไหปลาร้า กระดูกสะบัก กระดูกกลางหน้าอก กระดูกซัี่โครง กระดูกสันหลังส่วนเอว กระดูกเชิงกราน กระดูกต้นแขน กระดูกแขน กระดูกข้อมือ กระดูกมือ กระดูกนิ้วมือ กระดูกต้นขา กระดูกข้อเท้า กระดูกเท้า กระดูกนิ้วเท้า เป็นต้น 3.ระบบกล้ามเนื้อ (muscular system) คือ กล้ามเนื้อทุกชนิดในร่างกาย รวมทั้งกล้ามเนื้อลาย(striated or skeletal muscles)กล้ามเนื้อเรียบ(smooth muscles)และกล้ามเนื้อหัวใจ (heart muscle)ตลอดจนเส้นเอ็นต่างๆที่เป็นส่วนของกล้ามเนื้อ หน้าที่ : ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว คงลักษณะรูปร่าง และสร้างความร้อน ระบบกล้ามเนื้อได้แก่ กล้ามเนื้อหน้าผาก frontal muscle กล้ามเนื้อท้ายทอย occipital muscle กล้ามเนื้อขมับ temporal muscle กล้ามเนื้อคอ neck muscle กล้ามเนื้อไหล่ deltoid muscle กล้ามเนื้อหน้าอก pectoral muscle กล้ามเนื้อหน้าแขน biceps muscle กล้ามเนื้อหน้าท้อง abdominal rectus muscle กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า quadriceps muscle เอ็น tendon เป็นต้น 4.ระบบประสาท (nervous system) ระบบประสาทส่วนกลาง (eentral nervous system) คือสมอง และไขสันหลัง ระบบประสาทส่วนปลาย (peripheral nervous system)คือเส้นประสาท และอวัยวะรับความรู้สึกเช่นตาและหู หน้าที่: ควบคุมการทำงานของร่างกายส่วนต่างๆ ทั้งที่รู้ตัวหรือสั่งได้ (voluntary)เช่นการเดิน วิิ่ง และไม่รู้ตัวหรือสั่งไม่ได้ (involuntary)ที่เรียกว่าระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system)เช่นหัวใจเต้น กระเพาะลำไส้ทำงาน เป็นต้น เส้นประสาททุกเส้นจะติดต่อสัมพันธ์กับสมองและไขสันหลัง ระบบประสาทได้แก่ สมอง brain ไขสันหลัง spinal cord เส้นประสาทซี่โครงและแขน intercostal and brachial nerves เส้นประสาทแขน brachial nerves เส้นประสาทขา sciatic and femoral nerves เป็นต้น 5.ระบบต่อมไร้ท่อ (endocrine system) คือต่อมทุกต่อมที่สร้างฮอร์โมน(hormones) หน้าที่:ฮอร์โมนคือ สารเคมีที่ผ่านมาตามกระแสเลือดเพื่อควบคุมการทำงานของร่างกายในส่วนที่ฮอร์โมน(สารเคมี)นั้นสามารถควบคุมได้ ระบบต่อมไร้ท่อ ได้แก่ ต่อมไพนีล pineal gland ต่อมใต้สมอง pituitary gland ต่อมไทรอยด์และพาราไทรอยด์ thyroid and parathyroid glands ต่อมไทมัส thymus ต่อมหมวกไต adrenals ตับอ่อน pancreas ลูกอัณฑะ (ในชาย) testes รังไข่(ในหญิง) ovaries เป็นต้น 6.ระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardio-vascular system) คือ หัวใจ (heart)หลอดเลือด (vessels) และเลือด (blood) หน้าที่:นำออกซิเจนและอาหารไปให้เซลล์และนำคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียจากเซลล์ไปขับถ่ายออกทางปอดและไต หรือไปทำลายทิ้งที่ตับ ช่วยรักษาความเป็นกรดด่างของร่างกาย ช่วยป้องกันโรค ป้องกันเลือดออก โดยเลือดจะแข็งตัวเป็นก้อนอุดตรงจุดที่เลือดออก และช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เป็นต้น ระบบหัวใจและหลอดเลือดได้แก่ หัวใจ heart ม้าม spleen หลอดเลือดสมอง carotid artery &vein หลอดเลือดแขนขวา right subclavian artery & vein หลอดเลือดปอด pulmonary artery & vein หลอดเลือดลำไส้ mesenteric artery & vein หลอดเลือดไปตับ,ไต และอวัยวะในท้อง hepatic,renal and celiac artery &vein หลอดเลือดแขน brachial artery & vein หลอดเลือดขา femoral artery & vein เป็นต้น 7.ระบบน้ำเหลือง (lymphatic system) คือ น้ำเหลือง หลอดหรือท่อน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลือง รวมทั้งม้าม ต่อมทอนซิล และไทมัส หน้าที่: กรองเลือด สร้างเม็ดเลือด ช่วยป้องกันโรค และคืนโปรตีนกลับสู่หลอดเลือด ระบบน้ำเหลือง ได้แก่ ท่อน้ำเหลืองใหญ่ thoracic duct ต่อมทอนซิล tonsil ต่อมไทมัส thymus ต่อมน้ำเหลือง lymph nodes ม้าม spleen ท่อน้ำเหลือง lymph vesseles เป็นต้น 8.ระบบหายใจ (respiratory system) ได้แก่ ปอด หลอดลม และท่อทางเดินอื่นๆ ที่เข้าและออกจากปอด หน้าที่:ฟอกเลือดดำ (เลือดที่ขาดออกซิเจน)ให้เป็นเลือดแดง (เลือดที่มีออกซิเจน)ขับคาร์บอนไดออกไซด์ เสมหะและสิ่งแปลกปลอมออก ช่วยรักษาสมดุลกรดด่างของร่างกาย และสร้างเสียงพูด ระบบหายใจได้แก่ รูจมูก nasal cavity ปาก mouth (oral cavity) คอหอย throat (pharynx) กล่องเสียง voice box(larynx) หลอดลมคอ windpipe (trachea) ปอด lungs หลอดลม bronchus เป็นต้น 9.ระบบทางเดินอาหาร คือ ทางเดินอาหาร(กระเพาะลำไส้) และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เช่นต่อมน้ำลาย ตับ ถุงน้ำดี และตับอ่อน หน้าที่:ทำหน้าที่ย่อยอาหาร และดูดซึมอาหารเข้าไปเลี้ยงร่างกาย สร้างสารที่จำเป็น ทำลายสารพิษ และขับถ่ายกากอาหารออก ระบบทางเดินอาหารได้แก่ ปาก mouth(oral cavity) ต่อมน้ำลาย salivary glands คอหอย throat (pharynx) หลอดอาหาร esophagus กระเพาะอาหาร stomach ตับ liver ตับอ่อน pancreas ถุงน้ำดี gallbladder ลำไส้เล็ก small intestine ไส้ติ่ง appendix ลำไส้ใหญ่ large intestine ทวารหนัก anus เป็นต้น 10.ระบบทางเดินปัสสาวะ คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การสะสม และการขับถ่ายปัสสาวะ หน้าที่: กำจัดและขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ควบคุมดุลของน้ำ สารเคมี และกรดด่างในเลือดและในร่างกาย ระบบทางเดินปัสสาวะได้แก่ ไต Kidney ท่อไต ureter กระเพาะปัสสาวะ urinary bladder ท่อปัสสาวะ urethra เป็นต้น 11.ระบบสืบพันธ์ุ (reproductive system) คือลูกอัณฑะในชาย หรือรังไข่ในหญิง ที่สร้างเซลล์สำหรับการสืบพันธุ์ คือเชื้ออสุจิในชาย หรือไข่ในหญิง รวมทั้งอวัยวะอื่นๆ ที่ช่วยในการขนส่ง และสะสมเซลล์สำหรับการสืบพันธุ์นั้น หน้าที่: ทำให้สืบพันธุ์ต่อไปได้ (ไม่สูญพันธุ์) ระบบสืบพันธุ์ชายได้แก่ ต่อมลูกหมาก prostate gland ท่อนำอสุจิ vas deferens ลึงค์ penis ลูกอัณฑะ testes ระบบสืบพันธุ์หญิง ได้แก่ ปีกมดลูก(ท่อนำไข่) uterine tubes รังไข่ ovaries มดลูก uterus ช่องคลอด vagina