ธรรมะเตือนสติของหลวงตา

Last updated: 2013-06-23  |  4293 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ธรรมะเตือนสติของหลวงตา

    

จนไม่มีเวลาทำความดี ความตายและความทุกข์ ใครจะร้องขอหรือผ่อนผันเขาไม่ได้ทั้งนั้น  ผู้ฉลาดต้องพยายามแก้อุปสรรคออกจากตนเสมอ  และไม่แส่หาอุปสรรคไปใส่ตน  จนถึงกับนอนจมอยู่กับอุปสรรคตลอดกาล ถอนตัวไม่ขึ้น จงใฝ่ใจต่อตนเองในทางความดี  โลกนี้จงทราบว่าโลกาวินาศ ไม่มีใครจะเ้ป็นตัวของตัวเอง อยู่ได้ตลอดกัลป์ กายนี้ต้องแตกวินาศไปวันหนึ่งแน่

        ความตายไม่เคยไว้หน้าใคร
" ตามปกติใจเป็นสิ่งละเอียดมาก  ยากที่จะจับตัวจริงได้ ใจเป็นประเภทหนึ่ง ต่างหากจากร่างกายทุกส่วน แม้อาศัยกันอยู่ก็มิได้เป็นอันเดียวกัน ร่างกายที่ตั้งอยู่ได้ ย่อมขึ้นอยู่กับใจเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าใจออกจากร่างกายไปเมื่อใด  ร่างกายก็หมดความหมายลงในทันที  โลกเรียกว่าตาย  แต่ความรู้คือใจนี้ ไม่ตายไปด้วยกับร่างกาย ที่สลายตัวไป"
   "การภาวนาจะดีหรือไม่ดี ละเอียดหรือไม่ละเอียด  จงถือเป็นกิจประจำวัน ประจำอิริยาบถ เราเป็นศิษย์พระตถาคต บุกหน้าเรื่อยไป ไม่ต้องถอยหลัง ความตายไม่เคยไว้หน้าคน  จะมีชัยชนะไปเป็นลำดับ ทางอื่นไม่มี ถ้าจะสู้ความตายได้ ใครก็ใครเถอะถ้าเว้นความดีแล้วต้องหมอบราบต่อเขาแน่ ทางโลกของเราทุกคนได้เคยผ่านมาแล้ว  ความสุขทุกข์ในโลกใครก็โกหกกันไม่ได้  เพราะใครก็มีเครื่องรับ(อายตนะ)เหมือนกัน และสุขทุกข์จะต้ัองผ่านอายตนะด้วยกัน รู้ด้วยกัน เห็นสุขทุกข์ด้วยกัน  ที่สุดของสุขทุกข์ก็แค่ตายเท่านั้น ไม่มีใครสามารถเลยไปได้  ถ้าผู้มีบุญอันได้สร้างไว้แล้ว ผู้นั้นจะมีโอกาสได้เห็นสุขและทุกข์เยี่ยมกว่าโลกเขาเป็นขั้นๆ ขึ้นไป จนสามารถข้ามแดนแห่งทุกข์ถึงบรมสุขคือพระนิพพานได้แน่ ฉะนั้นทาน ศีล ภาวนาจึงเป็นทางข้ามแดนแห่งทุกข์โดยสวัสดี ขอได้พากันอุตสาหะพยายามตามรอยพระพุทธเจ้าเสด็จไป จะเห็นแดนแห่งความอัศจรรย์ในวันหนึ่งแน่
 
            ภาวนาเป็นหน้าที่ของเรา  
 การฝึกหัดภาวนานั้นเป็นหน้าที่ของเรา  โรคก็เดินไปตามทางของเขา  เราก็เดินไปตามทางเดินของเรา  อย่าไปยุ่งกับเขาจนเกิดความทุกข์ทางใจขึ้นมาอีก จะกลายเป็นโรคสองโรคไป ทุกข์เขาไม่ฟังเสียง ทั้งคนโง่คนฉลาด ใครมีปัญญาก็ถือเอาประโยชน์จากเขาได้ ใครมัวโง่คนนั้นก็จมลงไป พญามัจจุราชคือความตาย จะสามารถนำใจของเราไปได้ จงตั้งใจอาจหาญร่าเริงต่อความเพียรของตน  อย่าไปกังวลกับสิ่งใดและใครๆทั้งนั้น  จะเป็นอารมณ์ทำให้เสียการ
  นักปราชญ์ท่านชอบตายคนเดียวไม่ชอบยุ่งกับใครๆทั้งนั้น  ให้พากันตั้งใจบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ตลอดไป  ความตายมองดูเราอยู่ตลอดเวลา... ถึงคราวแล้ว เขาไม่เลือกว่าคนบุญคนบาปมัดตัวไปด้วยกันทั้งนั้น
คำว่า"ภาวนา" แปลง่ายๆก็ว่าการอบรมในสิ่งที่ต้องการให้เกิดให้มีขึ้นเช่น ภาวนาให้เกิดความสงบเย็นใจขึ้นมา  ให้มีเหตุ มีผลขึ้นมา ให้มีสติปัญญาความเฉลียวฉลาดรอบคอบในจิตหรือในเหตุการณ์ต่างๆขึ้นมา  จิตที่มีธรรมดังกล่าวขึ้นที่ใจ  ย่อมเป็นใจที่มีคุณค่า เป็นใจที่สงบเย็นเป็นใจที่มีความฉลาดรอบคอบ เป็นใจที่ทรงไว้ซึ่งเหตุและผล  เป็นใจที่มีขอบเขตไม่ผาดโผนโลดเต้น เหมือนลิง ค่าง บ่าง ชะนี เป็นใจที่มีทั้งเครื่องเร่งตัวเอง ในกิจที่ชอบและเครื่องหักห้ามตัวเองเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ       

            จงหาอุบายสอนตน
   เวทนาเป็นธรรมเทศนา  เครื่องเตือนเราอย่าเอกเหมือนกัน จงถือเวทนาเป็นเป้าหมายของการตั้งสติดีมาก  โปรดพากันรีบเร่งอย่านอนใจ สุข ทุกข์ อุเบกขา ปรากฎขึ้นสัมผัสใจ เหมือนรูป เสียงมาสัมผัสตา เป็นต้น แล้วก็ดับไปเช่นเดียวกัน    จิตของเราถ้าไม่ตื่นเงาของตัวเองมันก็ดีเท่านั้น  ขันธ์ทั้งห้า พึงทราบว่าเป็นเงาของจิต  จงพิจารณาให้รอบคอบ อย่าหลงดีใจเสียใจไป ตามสุขทุกข์ ที่เกิดขึ้นจากกายหรือจากใจ ย่อมเกิดขึ้นที่ใจของเราทั้งนั้น  จงหาอุบายคิดค้นขึ้นมา เป็นปัญญาสอนตนเอง ความฉลาดเท่านั้นจะสามารถแก้ความโง่เขลาได้ นอกจากความฉลาดแล้วไม่มีทางจะเอาตัวรอดได้ จงพากันสนใจในปัญญา ขันธ์นับวันใกล้เข้าทุกที  ฉะนั้นให้รีบเร่งทางด้านจิตใจ พิจารณาขันธ์ตัวมันชำรุดอยู่ทุกขณะ และพยายามทำความสงบภายในจิตใจ  จิตใจไม่เคยชำรุดไปตามธาตุขันธ์
คงที่อยู่ในความรู้ของตนตลอดกาล
      จิตดวงเดียวเป็นผู้ตัดสินด้วยปัญญา 

ตามปกติใจเป็นสิ่งละเอียดมาก  ยากที่จับตัวจริงได้ ใจเป็นประเภทหนึ่ง ต่างหากจากร่างกายทุกส่วน แม้อาศัยกัน อยู่ก็มิได้เป็นอันเดียวกัน  ร่างกายที่ตั้งอยู่ได้ ย่อมขึ้นอยู่กับใจเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าใจออกจากร่างกายไปเมื่อใด  ร่างกายก็หมดความหมายลงในทันที  โลกเรียกว่าตาย  แต่ความรู้คือใจนี้ ไม่ตายไปด้วย กับร่างกายที่สลายตัวไป
        กายเป็นบ้านของโรคทุกชนิด
กายเป็นบ้านของโรคทุกชนิด ไม่ทราบว่าจะขับไล่เขาไปอยู่ที่ไหน ถ้าออกจากกายคนกายสัตว์แล้ว เขาก็ไม่มีที่อยู่เช่นเดียวกับเรา  อยู่ในบ้านของเรา คิดดูแล้วก็น่าเห็นใจเขาอย่างยิ่ง ร่างกายเราถือว่าของเราแต่ก็เป็นบ้านของเขา  ถ้ามีการฟ้องร้องกันขึ้น เราต้องเป็นฝ่ายแพ้วันยังค่ำ เรื่องคติธรรมดาเป็นฝ่ายพยานของเขาเท่านั้น  แม้พระพุทธเจ้าและธรรมของพระพุทธเจ้าก็เห็นตามเขาด้วย ธรรมแปดหมื่นสี่พัน ล้วนเป็นหลักฐานพยานของเราทั้งนั้น  เราไม่มีทางสู้นอกจากจะขออาศัยเขาอยู่ไปวันๆ พอถึงวันเขาขับไล่อย่างจริงจังเท่านั้น
  ฉะนั้นเราควรจะหาอุบายรู้ทางของคติธรรม ที่เขาเดินอยู่ประจำวัฎฎะนี้ จะเป็นเบาใจไม่มีห่วงใยอะไรไปก็เป็นสุข อยู่ก็สบายใจไม่ข้องแวะกับสิ่งใด
             ปัญญารอบขันธ์แล้วเท่ากับรอบโลกรอบธรรม
การภาวนาเพื่อความรู้ความฉลาด จงดับลงที่เบญจขันธ์บ่อเกิดกิเลสตัณหาอยู่ที่ขันธ์  แดนพ้นทุกข์ก็อยู่ที่ขันธ์ จะกำหนดทุกข์ก็ดี อนิจจังก็ดี อนัตตาก็ดี ในลักษณะใดก็ตาม จงกำหนดให้เห็นประจักษ์ใจจริงๆ สิ่งเหล่านี้มีอยู่ที่ขันธ์ทั้งนั้น ความทุกข์ ทุกข์ตลอดอวัยวะและตลอดกาลไม่เที่ยง
และอนัตตาก็เช่นเดียวกัน ประกาศอยู่ที่ขันธ์ทุกเวลาไม่มีว่างเว้นเห็นความจริงจากขันธ์แล้วหายเพลินหายโศก  กิเลสไม่กว้าง ไม่แคบ ไม่มากไม่น้อย มีขนาดเท่าตัวหรือเท่าเบญจขันเท่านั้น  
สันติธรรมคือพระนิพพานก็เช่นเดียวกัน
ปัญญารอบขันธ์แล้ว เท่ากับรอบโลกรอบธรรม หยั่งถึงโลกถึงธรรมธรรมกับโลกไม่ลึกไม่ตื้นไปจากขันธ์  จงกำหนดลงที่ขันธ์นี้ ความหนาบางของกิเลสเป็นชื่อที่เราตั้งใจให้เขาต่างหาก
            ความจริงกิเลสกับนิพพานคือใจดวงเดียวกันเท่านั้น
จะหนาหรือบางก็ใจผู้รู้ดวงเดียวเท่านั้น ไม่มีใครเป็นกิเลสเป็นนิพพานอย่าร้อนใจไปอย่างอื่น ผิดทางพ้นทุกข์"การภาวนาเป็นกิจจำเป็นยิ่งกว่ากิจใดๆทั้งสิ้น  จงสนใจความตายจำเป็นฉันใด การเตรียมตัวเตรียมใจก็จำเป็นฉันนั้น โปรดภาวนาจนถึงวันสุดท้ายเช่นกัน
                                

                                          

Powered by MakeWebEasy.com